ฺนั่งรถไฟไปปูซาน #1

posted on 18 Jul 2014 18:28 by kosweetie in Trip directory Travel
 
ห่างหายไปนานกว่าสามปีกับการเขียนบล็อก เพราะไม่รู้ว่าเขียนและเล่าอะไรลงไปในพื้นที่แห่งดีนี้
 
แต่แล้วฟ้าก็ลิขิตให้กลับมาเยือนที่แห่งนี้อีกครั้งพร้อมเรื่องราวและประสบการณ์ที่อยากบันทึกไว้เป็นความทรงจำที่ดี รวมทั้งแชร์ให้กับคนที่สนใจเผื่อจะมีประโยชน์กับบางคนบ้างไม่มากก็น้อย
 
เอาละ หมดเวลาเวิ่นเว้อ มาเข้าเรื่องก็เลยดีกว่า
 
หลายคนที่มาเที่ยวเกาหลี ถ้าไม่เที่ยวแค่โซลอย่างเดียว ส่วนมากก็จะนึกถึงปูซาน
ซึ่งเป็นเมืองทางใต้ที่อยู่ติดทะเล
 
ก่อนที่นั่งรถไฟไปเที่ยวปูซาน  เราลองมาทำความรู้จักเมืองเมืองนี้อย่างคร่าวๆกันก่อนดีกว่า

ปูซานเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองลงมาจากโซล โดยเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลี อีกทั้งปูซานยังมีชายหาดที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี (แฮอุนแด/Haeudae Beach) และมีห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย (shinsegae centum city)
ในด้านของสภาพอากาศนั้น เนื่องจากปูซานเป็นเมืองทางใต้ที่ติดทะเล ดังนั้นในช่วงหน้าร้อนอากาศจึงค่อนข้างร้อนอยู่พอสมควร และในช่วงหน้าหนาวนั้น จะไม่หนาวมาก หรือติดลบหลายองศาเหมือนกรุงโซล
 
โอเค ในเมืองตอนนี้เรารู้ล่ะว่าเมืองนี้อยู่ที่ไหน สภาพอากาศเป็นยังไง ก็ได้เวลาจัดทริป...จองตั๋ว...เก็บกระเป๋าและออกเดินทาง
 
ทริปครั้งนี้ของเราเป็นทริปสั้นๆ 3 วัน 2 คืน โดยเราให้ชื่อทริปในครั้งนี้ว่า "Healing Trip"เพราะตัดสินใจออกเดินทางเนื่องจากตัวเองต้องการชาร์จพลังงานให้พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับอะไรหลายๆอย่าง เพราะว่าช่วงครึ่งปีแรกนี้ เล่นเอาแบตเตอรี่ชีวิตที่ชาร์จมาเต็มแม็กหมดเกลี้ยง
 
ก่อนอื่นเลย เริ่มที่เรื่องรถไฟ 
 
รถไฟที่เกาหลีมีหลายประเภท รถไฟความเร็วสูงสุดเรียกว่า KTX  เกรดลดลงมาหน่อยก็ Saemaeul train แล้วก็ Mugunghwa train สำหรับระยะเวลาในการเดินทางนั้น หากโดยสารด้วย KTX ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาทีโดยประมาณ แต่ถ้าเดินทางด้วย Saemaeul train หรือ Mugunghwa train จะใช้เวลาราวๆห้าชั่วโมงกว่า และแน่นอนว่าอิชั้นไม่ได้อยากเสียเวลาอยู่บนรถไฟยาวนานขนาดนั้นจึงเลือกใช้บริการ KTX รถไฟความเร็วสูงที่ราคาก็ค่อนข้างสูงตามไปด้วย 
 
(รูปภาพจาก koreaittimes.com)
 
 
สำหรับนักท่องเที่ยวหากต้องการโดยสารรถไฟ สามารถทำการจองตั๋วผ่านเว็บไซต์ได้ (KTX Resevation) แต่สำหรับเราเราจองผ่าน app ในมือถือเลย เนื่องจากสะดวกและเร็วกว่า อีกทั้งยังไม่ต้องไปยืนรอเข้าคิวที่สถานีเพื่อออกตั๋วอีกด้วย แล้วก็ช่วงที่ไป ถือว่าโชคดีที่มีตั๋วลดราคาอยู่ เลยประหยัดไปได้อีก สบายใจ ลัลล้าสุดๆ
 
เรื่องตั๋วรถไฟหมดห่วงไป ทีนี้มาจองโรงแรมต่อ...เราวางแพลนก่อนเดินทางประมาณหนึ่งเดือน และเลือกใช้บริการบุ๊กกิ้งด็อทคอม เพราะว่าสามารถไปจ่ายค่าห้องที่โรงแรมได้ อันนี้ก็แล้วแต่ชอบเลยค่ะ ใครอยากพักหรูๆ ติดทะเลก็เลือกเอา ใครไม่ได้สนใจเรื่องที่นอนมากมายนัก guesthouse ราคาย่อมเยาว์ที่นี่ก็มีเยอะพอสมควร เพราะฉะนั้นตามสะดวก 
 
หลังจากจองโรงแรมเสร็จ เราก็มาวางโปรแกรมกัน บอกก่อนเลยว่าใครคาดหวังจะหาข้อมูลเที่ยว อาจจะต้องผิดหวังจากการอ่านเอนทรี่นี้เพราะว่า อย่างที่บอกว่าชื่อทริปคือ Healing Trip เพราะฉะนั้นเราไม่ซีเรียสว่าต้องไปที่เที่ยวให้ครบหมด แล้วที่สำคัญไปแค่สามวันสองคืน เก็บไม่หมดแน่ๆ ตอนแรกตั้งใจว่าวันแรกที่ไปถึงจะยังไม่ออกเที่ยว เพราะไปถึงบ่ายๆแล้ว เลือกจะเจอเพื่อนก่อน ดังนั้นวันแรกจึงไม่ได้วางโปรแกรมใดๆ ไว้ทั้งสิ้น แพลนของเราเริ่มในวันที่สอง โดยสถานที่ที่ตั้งใจตอนแรกว่าจะไปทั้งหมดนั้นมีทั้งหมด 6 ที่ด้วยกัน  ต้องบอกก่อนว่าสถานที่ท่องเที่ยวในปูซานนั้นค่อนข้างห่างกกันพอสมควรดังนั้น ภายในหนึ่งวันเราจึงไม่สามารถเที่ยวได้หลายที่
 
สถานที่ 6 แห่ง ที่เขียนลงโปรแกรมครั้งนี้คือ
1. วัดแฮดอง ยงกุงซา (Haedong Yonggungsa Temple)
2. อุทยานแทจงแด (Taejongdae Park)
3. ปูซานทาวเวอร์ (Busan Tower)
4. Busan Oryukdo Skywalk
5. gwangan bridge
6. Shinsegae centum city
 
 
ส่วนแพลนวันที่สามของเราคือ นอนอืด ดูทีวี และเดินทางกลับโซล....
บอกเลยว่าเป็นทริปที่สุดจะชิล และชาร์ตแบตได้เต็มมาก ไม่ต้องรีบเที่ยว  ค่อยๆไปเรื่อยๆ
เจอเพื่อน นั่งเม้าท์มอยตายประสา กินข้าวอร่อยๆ สมชื่อ Healing Trip มาก แต่สำหรับคนที่ต้องการจะเที่ยวแบบจริงจังนั้น คงบ่นใส่เราว่า แหม ไปทั้งที เที่ยวไม่คุ้มเลย ฮาๆ (ก็ไม่คุ้มจริงๆอะนะ) 
 
ที่บอกว่าจะไปหกที่นั้นหากถามว่าไปครบไหม บอกเลยว่าไม่....
ส่วนไปที่ไหนมานั้นไว้จะมาต่อใน #2 นะคะ

Stay cool & Have a nice day :) 
 

Comment

Comment:

Tweet